ERP กับการบริหาร Logistics Business: เชื่อมโยงข้อมูลในทุกกระบวนการ

Views : 67
ERP กับการบริหาร Logistics Business: เชื่อมโยงข้อมูลในทุกกระบวนการ

ERP กับการบริหาร Logistics Business: เชื่อมโยงข้อมูลในทุกกระบวนการ

ERP เข้ามามีบทบาทในการสนับสนุนการบริหารธุรกิจโลจิสติกส์อย่างไร ?

ธุรกิจโลจิสติกส์ไม่ได้มีเพียงการขนส่งสินค้าให้ถึงปลายทางตรงเวลา แต่เบื้องหลังการให้บริการแต่ละงานยังมีข้อมูลและกระบวนการทางธุรกิจอีกจำนวนมาก ตั้งแต่การรับคำสั่งงาน การวางแผนและจัดสรรทรัพยากร การควบคุมต้นทุน การจัดการเอกสาร ไปจนถึงการวางบิลและการวิเคราะห์ผลประกอบการ

เมื่อธุรกิจมีจำนวนลูกค้า งานขนส่ง รถ พนักงาน หรือสาขาเพิ่มขึ้น การบริหารข้อมูลที่กระจายอยู่ในหลายไฟล์ หลายระบบ หรือหลายแผนก อาจทำให้การตรวจสอบข้อมูลใช้เวลามากขึ้น และทำให้ผู้บริหารมองเห็นภาพรวมของธุรกิจได้ยาก

นี่จึงเป็นหนึ่งในบทบาทที่ ERP สำหรับธุรกิจโลจิสติกส์ สามารถเข้ามาสนับสนุนการบริหารจัดการข้อมูลและกระบวนการทางธุรกิจให้เป็นระบบมากขึ้น

 

โลจิสติกส์ไม่ได้มีแค่การขนส่ง แต่คือการบริหารข้อมูลทั้งกระบวนการ

เมื่อพูดถึงธุรกิจโลจิสติกส์ หลายคนอาจนึกถึงรถขนส่ง เส้นทาง หรือการส่งสินค้า แต่ในมุมของการบริหารธุรกิจ ยังมีข้อมูลอีกหลายส่วนที่ต้องทำงานร่วมกัน เช่น

  • การรับคำสั่งงานจากลูกค้า
  • การวางแผนและจัดการงานขนส่ง
  • การจัดสรรรถและพนักงานขับรถ
  • การติดตามสถานะของงาน
  • การจัดการสินค้าและเอกสารที่เกี่ยวข้อง
  • การจัดซื้อและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน
  • การควบคุมต้นทุนเชื้อเพลิง ค่าทางด่วน และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ
  • การออกใบแจ้งหนี้และวางบิล
  • การรับชำระเงินและติดตามลูกหนี้
  • การวิเคราะห์รายได้ ต้นทุน และผลประกอบการ

ปัญหาจึงไม่ได้อยู่ที่ “มีข้อมูลมาก” เพียงอย่างเดียว แต่คือ ข้อมูลเหล่านั้นสามารถเชื่อมโยงและนำมาใช้ร่วมกันได้มากน้อยแค่ไหน

หากแต่ละฝ่ายจัดเก็บข้อมูลแยกกัน การตอบคำถามง่าย ๆ เช่น “งานนี้มีต้นทุนเท่าไร” หรือ “งานที่ให้บริการไปแล้วรายการไหนยังไม่ได้วางบิล” อาจต้องใช้เวลาในการรวบรวมข้อมูลจากหลายแหล่ง


ERP คืออะไร และเกี่ยวข้องกับธุรกิจโลจิสติกส์อย่างไร?

ERP หรือ Enterprise Resource Planning คือระบบที่ช่วยบริหารและเชื่อมโยงข้อมูลของกระบวนการทางธุรกิจต่าง ๆ ภายในองค์กรให้อยู่บนระบบเดียวกัน



สำหรับธุรกิจโลจิสติกส์
ERP ไม่จำเป็นต้องเข้ามาแทนที่ระบบเฉพาะทางทุกประเภท เช่น ระบบ GPS ระบบบริหารกองรถ หรือระบบวางแผนเส้นทาง

แต่สามารถเข้ามามีบทบาทในส่วนของ การบริหารข้อมูลและกระบวนการทางธุรกิจ ตั้งแต่การจัดการงาน การควบคุมต้นทุน การจัดซื้อ สินค้าและคลังสินค้า ไปจนถึงบัญชีและการเงิน

ERP ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางข้อมูลทางธุรกิจ

เมื่อข้อมูลจากแต่ละกระบวนการถูกจัดเก็บและเชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ ฝ่ายที่เกี่ยวข้องสามารถอ้างอิงข้อมูลชุดเดียวกันได้มากขึ้น

ตัวอย่างเช่น ข้อมูลจากงานขายหรือคำสั่งซื้อสามารถเชื่อมโยงไปยังการดำเนินงาน ค่าใช้จ่าย และกระบวนการทางการเงินที่เกี่ยวข้อง

สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่เพียงการ “เก็บข้อมูลไว้ในระบบ” แต่คือการทำให้ข้อมูลสามารถนำไปใช้ต่อในกระบวนการถัดไปได้

ERP ช่วยบริหารธุรกิจโลจิสติกส์ด้านใดบ้าง?

1. เชื่อมโยงข้อมูลจากหลายแผนกเข้าด้วยกัน

ธุรกิจโลจิสติกส์ต้องทำงานร่วมกันหลายฝ่าย เช่น ฝ่ายขาย ฝ่ายปฏิบัติการ ฝ่ายจัดซื้อ คลังสินค้า บัญชี และฝ่ายบริหาร

หากแต่ละฝ่ายมีวิธีจัดเก็บข้อมูลแตกต่างกัน อาจเกิดปัญหาข้อมูลไม่ตรงกัน การคีย์ข้อมูลซ้ำ หรือการต้องรวบรวมข้อมูลจากหลายไฟล์เพื่อจัดทำรายงาน

ERP ช่วยให้ข้อมูลของกระบวนการต่าง ๆ สามารถเชื่อมโยงกันบนระบบเดียวกัน ทำให้แต่ละฝ่ายสามารถทำงานต่อจากข้อมูลที่มีอยู่ในระบบได้


ประโยชน์ที่เกิดขึ้น เช่น

  • ลดการบันทึกข้อมูลซ้ำ
  • ลดการเกิดความคลาดเคลื่อนของข้อมูล
  • ตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังได้ง่ายขึ้น
  • ลดเวลาในการรวบรวมข้อมูลจากหลายแหล่ง

2. เชื่อมโยงงานขนส่งกับต้นทุนที่เกิดขึ้นจริง

ต้นทุนของธุรกิจโลจิสติกส์ไม่ได้มีเพียงต้นทุนน้ำมัน แต่ยังประกอบด้วยค่าใช้จ่ายหลายประเภท เช่น

  • ค่าน้ำมัน
  • ค่าทางด่วน
  • ค่าแรง
  • ค่าซ่อมบำรุง
  • ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน
  • ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการ

ERP สามารถช่วยรวบรวมข้อมูลรายได้และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการดำเนินงาน เพื่อให้ธุรกิจสามารถนำข้อมูลไปวิเคราะห์ต้นทุนได้อย่างเป็นระบบมากขึ้น

 

3. สนับสนุนการวางบิล และการจัดการลูกหนี้

เมื่อจำนวนงานขนส่งเพิ่มขึ้น การติดตามว่างานใดให้บริการแล้ว งานใดสามารถออกใบแจ้งหนี้ได้ หรือรายการใดที่ยังไม่ได้วางบิล อาจกลายเป็นงานที่ใช้เวลามากขึ้น


การเชื่อมโยงข้อมูลการขายหรือการให้บริการเข้ากับกระบวนการทางการเงิน ช่วยให้ฝ่ายบัญชีสามารถนำข้อมูลจากระบบไปดำเนินการต่อได้อย่างเป็นระบบ

นอกจากนี้ ข้อมูลลูกหนี้และสถานะการรับชำระเงินยังสามารถนำไปใช้ในการติดตามกระแสเงินสดและวางแผนทางการเงินของธุรกิจได้อีกด้วย

 

4. ช่วยให้เห็นต้นทุนและผลประกอบการของแต่ละงาน

หนึ่งในคำถามสำคัญของธุรกิจโลจิสติกส์คือ งานที่รับมานั้นสร้างรายได้มากน้อยแค่ไหน และมีต้นทุนเท่าไร

การดูเฉพาะรายได้อาจไม่เพียงพอ เพราะงานที่มีรายได้สูงไม่ได้หมายความว่าจะเป็นงานที่สร้างกำไรได้สูงเสมอไป

ERP สามารถช่วยรวบรวมข้อมูลรายได้และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อสนับสนุนการวิเคราะห์ เช่น

  • งานประเภทใดมีต้นทุนสูง
  • ลูกค้ารายใดสร้างรายได้มาก
  • งานใดมีผลตอบแทนที่น่าสนใจ
  • ค่าใช้จ่ายส่วนใดมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
  • ผลประกอบการของแต่ละช่วงเวลาเป็นอย่างไร

ข้อมูลเหล่านี้สามารถนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจทางธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

5. สนับสนุนการบริหารสินทรัพย์และทรัพยากร

สำหรับธุรกิจที่มีรถหรือทรัพย์สินจำนวนมาก การบริหารข้อมูลของสินทรัพย์ก็เป็นอีกส่วนที่มีความสำคัญ

ข้อมูลเกี่ยวกับการจัดซื้อ ค่าใช้จ่าย การบำรุงรักษา หรือค่าเสื่อมราคาของสินทรัพย์ สามารถนำมาบริหารจัดการผ่านกระบวนการใน ERP ได้ตามขอบเขตของระบบและการออกแบบกระบวนการของแต่ละองค์กร

เมื่อข้อมูลเหล่านี้เชื่อมโยงกับข้อมูลทางการเงิน ผู้บริหารสามารถมองเห็นต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินได้ชัดเจนขึ้น

6. ช่วยให้ผู้บริหารตัดสินใจจากข้อมูลที่เป็นระบบ

เมื่อข้อมูลจากหลายกระบวนการถูกรวบรวมอยู่ในระบบ ผู้บริหารสามารถนำข้อมูลไปใช้ในการวิเคราะห์และติดตามผลการดำเนินงานได้ง่ายขึ้น

ตัวอย่างคำถามที่สามารถนำข้อมูลมาวิเคราะห์ได้ เช่น

  • รายได้ของธุรกิจในแต่ละช่วงเวลาเป็นอย่างไร?
  • ต้นทุนส่วนใดเพิ่มขึ้น?
  • ลูกค้ากลุ่มใดสร้างรายได้สูง?
  • งานประเภทใดมีต้นทุนสูง?
  • รายการใดอยู่ระหว่างการเรียกเก็บเงิน?
  • กระแสเงินสดของธุรกิจเป็นอย่างไร?

จากเดิมที่อาจต้องขอข้อมูลจากหลายฝ่ายและนำมารวมกันเอง ข้อมูลจากระบบสามารถช่วยลดขั้นตอนในการรวบรวมข้อมูลเพื่อการวิเคราะห์ได้

ERP ไม่ได้แทนที่ระบบเฉพาะทางด้านโลจิสติกส์ทั้งหมด

สิ่งสำคัญในการนำ ERP มาใช้กับธุรกิจโลจิสติกส์ คือการเข้าใจว่า ERP และระบบเฉพาะทางมีบทบาทที่แตกต่างกัน

ระบบเฉพาะทางอาจเหมาะกับงานอย่างเช่น การติดตามตำแหน่งรถ การจัดการกองรถ การวางแผนเส้นทาง หรือการติดตามสถานะการขนส่ง

ขณะที่ ERP จะเน้นไปที่ การบริหารกระบวนการและข้อมูลทางธุรกิจ เช่น การขาย การจัดซื้อ สินค้า ค่าใช้จ่าย บัญชี การเงิน และการวิเคราะห์ผลประกอบการ

ดังนั้น ในบางองค์กร ERP อาจทำงานร่วมกับระบบเฉพาะทางอื่น ๆ เพื่อให้แต่ละระบบทำหน้าที่ในส่วนที่เหมาะสม

เมื่อธุรกิจโลจิสติกส์เติบโต การบริหารข้อมูลยิ่งมีความสำคัญ

ในช่วงที่ธุรกิจยังมีจำนวนงานไม่มาก การใช้ Excel หรือการจัดเก็บข้อมูลแบบแยกส่วนอาจยังตอบโจทย์การทำงานได้

แต่เมื่อธุรกิจมีจำนวนลูกค้า งาน รถ พนักงาน หรือสาขาเพิ่มขึ้น ปริมาณข้อมูลก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย

สิ่งที่เคยเป็นเพียง “งานเอกสาร” อาจกลายเป็นข้อจำกัดในการบริหาร เช่น

  • ต้องคีย์ข้อมูลซ้ำหลายครั้ง
  • ใช้เวลารวบรวมข้อมูลเพื่อทำรายงาน
  • ตรวจสอบข้อมูลระหว่างแผนกได้ยาก
  • ไม่สามารถติดตามต้นทุนได้อย่างรวดเร็ว
  • ผู้บริหารต้องรอข้อมูลจากหลายฝ่ายก่อนตัดสินใจ

การมีระบบ ERP ที่ออกแบบกระบวนการให้เหมาะกับลักษณะการดำเนินงานขององค์กร จึงสามารถช่วยสร้างมาตรฐานในการจัดเก็บและบริหารข้อมูล รองรับการทำงานที่มีความซับซ้อนมากขึ้นเมื่อธุรกิจเติบโต


ERP กับการบริหารธุรกิจโลจิสติกส์

ERP ไม่ได้เป็นเพียงระบบบัญชี หรือระบบที่เข้ามาแทนที่เครื่องมือเฉพาะทางด้านโลจิสติกส์ แต่สามารถเข้ามามีบทบาทในการ เชื่อมโยงข้อมูลและกระบวนการทางธุรกิจ ตั้งแต่การรับงาน การดำเนินงาน การจัดซื้อ การควบคุมต้นทุน ไปจนถึงการวางบิล บัญชี การเงิน และการวิเคราะห์ผลประกอบการ

สำหรับธุรกิจโลจิสติกส์ที่มีข้อมูลจำนวนมากและเกี่ยวข้องกับหลายฝ่าย การทำให้ข้อมูลเหล่านั้นเชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ อาจช่วยลดงานที่ซ้ำซ้อน เพิ่มความสามารถในการตรวจสอบข้อมูล และสนับสนุนให้ผู้บริหารมองเห็นภาพรวมของธุรกิจได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

ท้ายที่สุดแล้ว การนำ ERP มาใช้ให้เกิดประโยชน์ไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวระบบเพียงอย่างเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับการออกแบบกระบวนการทำงาน การกำหนดข้อมูลที่ต้องการ และการเลือกโซลูชันให้เหมาะสมกับลักษณะของธุรกิจโลจิสติกส์แต่ละองค์กร


วางแนวทาง
ERP ให้เหมาะกับธุรกิจโลจิสติกส์ของคุณ

จากประสบการณ์การให้บริการหลากหลายประเภทธุรกิจ และในธุรกิจโลจิสติกนี้แต่ละธุรกิจมีรูปแบบการดำเนินงาน และความต้องการด้านข้อมูลที่แตกต่างกัน การเลือกใช้ ERP จึงควรเริ่มจากการทำความเข้าใจกระบวนการทำงานและปัญหาที่เกิดขึ้นจริงภายในองค์กร

หากคุณกำลังมองหาแนวทางในการนำ ERP มาใช้เพื่อสนับสนุนการบริหารธุรกิจโลจิสติกส์ ทีมงานของเราพร้อมให้คำปรึกษาและร่วมวิเคราะห์กระบวนการทำงาน เพื่อหาแนวทางที่เหมาะสมกับธุรกิจของคุณ


ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้าน ERP

ร่วมวางแนวทางการนำระบบ ERP มาใช้ให้สอดคล้องกับกระบวนการทำงานและเป้าหมายขององค์กร

  

ปรึกษาการเตรียมความพร้อม BIGWORK ผู้ให้บริการติดตั้งระบบ ERP Microsoft Dynamics 365  Business Central 

Line : @BIGWORK

โทร.  062-6198619

e-mail : marketing@bigworkthailand.com


บล็อกที่เกี่ยวข้อง


หากคุณกำลังมองหาระบบ ERP เพื่อการบริหารด้านธุรกิจและการวางแผนทรัพยากรต่างๆ ขององค์กรให้มีประสิทธิภาพที่สูงสุด เรามีบริการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับปัญหาทางเทคนิคครบวงจร ทั้งงานด้าน Implement และ Support เพื่อช่วยพัฒนาและบริหารด้านธุรกิจของท่านให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด