Dynamics 365 BC กับ 7 ข้อที่เราอยากบอกต่อ
7 จุดเด่นของระบบ ERP ที่ธุรกิจควรรู้ Microsoft Dynamics 365 Business Central คืออะไร?
Microsoft Dynamics 365 Business Central คือระบบ ERP จาก Microsoft ที่ช่วยให้ธุรกิจบริหารจัดการกระบวนการสำคัญ ตั้งแต่การเงินและบัญชี การขาย การจัดซื้อ สินค้าคงคลัง การผลิต ไปจนถึงการจัดการโครงการ เพื่อให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานสามารถนำมาใช้ประกอบการตัดสินใจได้สะดวกยิ่งขึ้น
เมื่อธุรกิจเติบโตขึ้น การจัดการข้อมูลผ่านหลายโปรแกรมหรือไฟล์ที่แยกจากกันอาจทำให้เกิดงานซ้ำซ้อน ตรวจสอบข้อมูลได้ยาก และใช้เวลารวบรวมรายงานมากขึ้น องค์กรจึงอาจต้องพิจารณาระบบ ERP ที่เหมาะกับกระบวนการทำงานและความต้องการด้านข้อมูลของตนเอง
บทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จัก Microsoft Dynamics 365 Business Central ผ่าน 7 จุดเด่นสำคัญ ตั้งแต่การจัดการข้อมูลทางธุรกิจ การวิเคราะห์รายงาน ไปจนถึง AI Copilot พร้อมข้อควรพิจารณาก่อนตัดสินใจนำระบบมาใช้ในองค์กร
Table of content
Microsoft Dynamics 365 Business Central คืออะไร?
Microsoft Dynamics 365 Business Central หรือ Dynamics 365 BC เป็นระบบ ERP (Enterprise Resource Planning) สำหรับธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง ช่วยบริหารจัดการกระบวนการสำคัญขององค์กร ตั้งแต่การเงินและบัญชี การขาย การจัดซื้อ สินค้าคงคลัง การผลิต ไปจนถึงการจัดการโครงการ
หัวใจสำคัญของระบบ ERP คือการนำข้อมูลจากกระบวนการทางธุรกิจมาใช้ต่อได้อย่างเป็นระบบ ตัวอย่างเช่น ข้อมูลคำสั่งขายสามารถใช้ประกอบการจัดส่งและการจัดการสินค้า ขณะที่รายการทางการเงินจะดำเนินการตามการตั้งค่าบัญชีและกระบวนการที่องค์กรกำหนด ช่วยให้ผู้เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อมูลและติดตามการดำเนินงานได้สะดวกขึ้น
นอกจากความสามารถด้าน ERP แล้ว Business Central ยังรองรับการทำงานร่วมกับเครื่องมือ Microsoft บางประเภท เช่น Excel และ Outlook รวมถึงการวิเคราะห์ข้อมูลผ่าน Power BI และความสามารถด้าน AI Copilot ทั้งนี้ ฟีเจอร์ที่ใช้งานได้ขึ้นอยู่กับรุ่นผลิตภัณฑ์ การตั้งค่า และเงื่อนไขการให้บริการ
อ่านเพิ่มเติม
หากต้องการทำความเข้าใจระบบในภาพรวม ตั้งแต่ความหมาย หลักการทำงาน ไปจนถึงบทบาทของ ERP ในธุรกิจ อ่านต่อได้ที่ Microsoft Dynamics 365 Business Central คืออะไร? คู่มือทำความรู้จักระบบ ERP
Business Central แตกต่างจากโปรแกรมบัญชีทั่วไปอย่างไร?
โปรแกรมบัญชีทั่วไปมักเน้นการบันทึกและจัดการข้อมูลทางการเงินเป็นหลัก
ขณะที่ Business Central รองรับกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจหลายด้าน
เช่น การขาย การจัดซื้อ สินค้าคงคลัง และการผลิต ทำให้ข้อมูลเหล่านี้สามารถนำมาใช้ประกอบการทำงานและการรายงานได้ตามขอบเขตที่องค์กรนำระบบไปใช้
อย่างไรก็ตาม
ความเหมาะสมของระบบขึ้นอยู่กับความต้องการจริงของธุรกิจ
ไม่ใช่ทุกองค์กรจำเป็นต้องใช้ ERP ที่มีความสามารถครบทุกด้าน
การประเมินกระบวนการทำงานและข้อกำหนดเฉพาะจึงเป็นขั้นตอนสำคัญก่อนตัดสินใจ
Microsoft
Dynamics 365 Business Central เหมาะกับธุรกิจประเภทใด?
Business Central เหมาะกับธุรกิจที่ต้องการจัดการข้อมูลและกระบวนการดำเนินงานหลายด้านด้วยระบบ
ERP โดยเฉพาะองค์กรที่กำลังเติบโตและต้องการพัฒนาจากการทำงานผ่านหลายโปรแกรมหรือไฟล์ข้อมูลที่แยกจากกัน
ตัวอย่างธุรกิจที่อาจเหมาะกับระบบ
ได้แก่
- ธุรกิจจัดจำหน่าย:
ต้องการบริหารคำสั่งซื้อ การจัดซื้อ สินค้าคงคลัง และข้อมูลทางการเงิน
- ธุรกิจค้าส่งและค้าปลีก:
ต้องการจัดการข้อมูลสินค้า การขาย และการดำเนินงานที่เกี่ยวข้อง
- ธุรกิจการผลิต:
ต้องการจัดการวัตถุดิบ แผนการผลิต สินค้าคงคลัง และต้นทุนการผลิต
- ธุรกิจบริการและโครงการ:
ต้องการติดตามข้อมูลโครงการ ต้นทุน และผลการดำเนินงาน
- องค์กรที่กำลังขยายตัว:
ต้องการพัฒนากระบวนการทำงานและการจัดการข้อมูลให้รองรับความซับซ้อนที่เพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ ธุรกิจควรตรวจสอบความสามารถมาตรฐานของระบบ
ข้อกำหนดด้านบัญชีและภาษี
รวมถึงความจำเป็นในการใช้ส่วนเสริมหรือพัฒนาฟังก์ชันเพิ่มเติมก่อนเริ่มโครงการ
7 จุดเด่นของ
Microsoft Dynamics 365 Business Central
1. จัดการกระบวนการธุรกิจหลายด้านด้วยระบบ
ERP
Business Central รองรับกระบวนการสำคัญของธุรกิจ
ตั้งแต่การเงินและบัญชี การขาย การจัดซื้อ สินค้าคงคลัง
ไปจนถึงการผลิตและการจัดการโครงการ
ช่วยให้ข้อมูลจากกระบวนการที่เกี่ยวข้องนำมาใช้ต่อได้ตามการตั้งค่าของระบบ
ตัวอย่างเช่น
เมื่อมีการบันทึกคำสั่งขาย ข้อมูลสามารถนำไปใช้ในขั้นตอนที่เกี่ยวข้องกับการจัดส่งและสินค้าคงคลังได้
ขณะที่รายการทางการเงินจะดำเนินการตามกระบวนการบัญชีที่กำหนดไว้
ประโยชน์ต่อธุรกิจ: ลดการบันทึกข้อมูลซ้ำ เพิ่มความต่อเนื่องของกระบวนการทำงาน
และช่วยให้แต่ละฝ่ายตรวจสอบข้อมูลที่เกี่ยวข้องได้สะดวกขึ้น
2. บริหารข้อมูลการเงินและบัญชีได้อย่างเป็นระบบ
Business Central มีความสามารถด้านการเงินและบัญชี
เช่น บัญชีแยกประเภท ลูกหนี้ เจ้าหนี้ งบประมาณ และรายงานทางการเงิน
ช่วยให้ธุรกิจบันทึกและติดตามรายการที่เกี่ยวข้องกับผลการดำเนินงานได้อย่างเป็นระบบ
เมื่อข้อมูลทางการเงินสัมพันธ์กับกระบวนการขายและจัดซื้อ
ผู้รับผิดชอบสามารถตรวจสอบรายการที่เกี่ยวข้องและนำข้อมูลไปจัดทำรายงานได้
โดยความถูกต้องยังขึ้นอยู่กับการตั้งค่าบัญชี การบันทึกรายการ
และการควบคุมภายในขององค์กร
ประโยชน์ต่อธุรกิจ: ช่วยลดขั้นตอนการรวบรวมข้อมูลทางการเงิน และสนับสนุนการติดตามผลการดำเนินงานเพื่อวางแผนธุรกิจ
3. ติดตามสินค้าคงคลังและข้อมูลการเคลื่อนไหวของสินค้า
สำหรับธุรกิจที่ซื้อขายหรือผลิตสินค้า
การตรวจสอบข้อมูลสินค้าคงคลังเป็นส่วนสำคัญของการดำเนินงาน Business
Central รองรับการจัดการข้อมูลสินค้า รายการรับเข้าและจ่ายออก
รวมถึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการขายและการจัดซื้อ
ธุรกิจสามารถนำข้อมูลเหล่านี้ไปใช้ประกอบการวางแผนจัดซื้อ
ตรวจสอบการเคลื่อนไหวของสินค้า และประเมินความต้องการในการดำเนินงานได้
สำหรับความต้องการเฉพาะ เช่น
การติดตาม Lot หรือ Serial Number และการจัดการวันหมดอายุ
ควรตรวจสอบความสามารถและการตั้งค่าที่จำเป็นให้สอดคล้องกับกระบวนการขององค์กร
ประโยชน์ต่อธุรกิจ: เพิ่มความชัดเจนในการตรวจสอบข้อมูลสินค้า ช่วยวางแผนจัดซื้อ
และลดความคลาดเคลื่อนจากการใช้ข้อมูลหลายชุด
4. วิเคราะห์ข้อมูลและจัดทำรายงานเพื่อการตัดสินใจ
Business Central มีเครื่องมือสำหรับการรายงานและวิเคราะห์ข้อมูลทางธุรกิจ
ช่วยให้ผู้ใช้งานตรวจสอบข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการเงิน การขาย
และการดำเนินงานได้ตามสิทธิ์และความสามารถของระบบ
นอกจากนี้
ธุรกิจสามารถนำข้อมูลไปวิเคราะห์ต่อใน Microsoft Excel หรือใช้ Power BI เพื่อพัฒนารายงานและแดชบอร์ดที่เหมาะกับการใช้งาน
เช่น การติดตามยอดขาย การวิเคราะห์สินค้าคงคลัง
และการแสดงตัวชี้วัดสำหรับผู้บริหาร
รายงานเฉพาะทางบางประเภทอาจต้องอาศัยการออกแบบข้อมูลหรือการตั้งค่าเพิ่มเติม
เพื่อให้ข้อมูลที่นำเสนอเหมาะสมกับวัตถุประสงค์ในการใช้งาน
ประโยชน์ต่อธุรกิจ: ช่วยให้ข้อมูลที่บันทึกในระบบนำไปใช้ติดตามผลการดำเนินงานและประกอบการตัดสินใจได้สะดวกขึ้น
5. ทำงานร่วมกับเครื่องมือ
Microsoft ที่ใช้งานอยู่
Business Central รองรับการทำงานร่วมกับเครื่องมือ
Microsoft บางประเภท เช่น Excel และ Outlook
รวมถึง Power BI และ Power Platform ตามความสามารถที่รองรับและการตั้งค่าที่เกี่ยวข้อง
ตัวอย่างเช่น
ผู้ใช้งานสามารถนำข้อมูลไปวิเคราะห์ต่อใน Excel ใช้ Power BI เพื่อจัดทำรายงาน หรือพิจารณาใช้ Power
Automate เพื่อสนับสนุนขั้นตอนการทำงานที่ต้องดำเนินการซ้ำ
การทำงานร่วมกันในลักษณะนี้ช่วยลดขั้นตอนบางส่วนในการจัดการข้อมูล
แต่รายละเอียดการใช้งานจริงต้องพิจารณาสิทธิ์ผู้ใช้งาน ไลเซนส์
และการตั้งค่าของแต่ละเครื่องมือด้วย
ประโยชน์ต่อธุรกิจ: ช่วยให้การนำข้อมูลจากระบบ ERP ไปใช้ในงานประจำวันสะดวกขึ้น และสนับสนุนกระบวนการทำงานที่เกี่ยวข้องระหว่างเครื่องมือ
6. ขยายความสามารถของระบบให้เหมาะกับธุรกิจ
ธุรกิจแต่ละแห่งมีขั้นตอนการทำงานและข้อกำหนดที่แตกต่างกัน
Business Central รองรับการตั้งค่า การติดตั้ง Extensions
และการพัฒนาความสามารถเพิ่มเติมตามความเหมาะสม
ตัวอย่างเช่น การเพิ่มรายงานเฉพาะ
การพัฒนาขั้นตอนอนุมัติ การแลกเปลี่ยนข้อมูลกับระบบภายนอก
หรือการติดตั้งส่วนเสริมเพื่อรองรับกระบวนการเฉพาะทาง
ก่อนเริ่มพัฒนาระบบ
ควรประเมินว่าความต้องการแต่ละรายการสามารถใช้ความสามารถมาตรฐานได้หรือไม่
จำเป็นต้องใช้ส่วนเสริม หรือควรพัฒนาฟังก์ชันเพิ่มเติม
เพื่อให้ขอบเขตงานและค่าใช้จ่ายมีความชัดเจน
ประโยชน์ต่อธุรกิจ: ช่วยให้แนวทางการวางระบบสอดคล้องกับกระบวนการทำงานจริงและแผนการเติบโตขององค์กร
7. ใช้
AI Copilot สนับสนุนงานบางประเภท
Microsoft Copilot ใน Business
Central เป็นความสามารถด้าน AI ที่ช่วยสนับสนุนงานบางประเภท
เช่น การวิเคราะห์ข้อมูลในรายการ การสรุปข้อมูล การช่วยกรอกข้อมูล
และการสร้างข้อความสำหรับสินค้า
ความสามารถที่ใช้งานได้จริงขึ้นอยู่กับฟีเจอร์
รุ่นระบบ ภาษา และเงื่อนไขการเปิดใช้งาน จึงควรตรวจสอบรายละเอียดของฟีเจอร์ที่ต้องการใช้ก่อนนำไปวางแผนในกระบวนการทำงาน
AI ช่วยลดงานบางขั้นตอนและเพิ่มทางเลือกในการทำงานได้
แต่ผลลัพธ์ควรได้รับการตรวจสอบโดยผู้ใช้งาน
โดยเฉพาะข้อมูลทางการเงินและข้อมูลที่มีผลต่อการตัดสินใจขององค์กร
ประโยชน์ต่อธุรกิจ: เพิ่มทางเลือกในการใช้ AI เพื่อสนับสนุนงานประจำวัน
โดยยังคงมีการตรวจสอบและกำกับดูแลจากผู้ใช้งาน
สิ่งที่ควรพิจารณาก่อนเลือกใช้
Microsoft Dynamics 365 Business Central
แม้ Business
Central จะมีความสามารถหลายด้าน แต่การเลือกระบบ ERP ควรพิจารณาจากความเหมาะสมกับองค์กรเป็นหลัก โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้
1. กระบวนการทำงานปัจจุบัน
ระบุปัญหาที่ต้องการแก้ไข
ขั้นตอนที่ต้องการปรับปรุง และข้อมูลที่แต่ละฝ่ายจำเป็นต้องใช้
เพื่อประเมินว่าความสามารถมาตรฐานของระบบตอบโจทย์ได้มากน้อยเพียงใด
2. ข้อมูลเดิมและระบบที่ต้องใช้งานร่วมกัน
วางแผนการย้ายข้อมูล
ตรวจสอบคุณภาพข้อมูล และระบุระบบภายนอกที่ต้องแลกเปลี่ยนข้อมูล
รวมถึงประเมินความจำเป็นในการใช้ API หรือส่วนเสริม
3. งบประมาณและค่าใช้จ่ายต่อเนื่อง
พิจารณาค่าไลเซนส์ ค่าวางระบบ
ค่าพัฒนาส่วนเสริม การฝึกอบรม และค่าใช้จ่ายในการดูแลระบบในระยะยาว
4. ความพร้อมของบุคลากร
กำหนดผู้รับผิดชอบข้อมูลและกระบวนการในแต่ละฝ่าย
พร้อมวางแผนการฝึกอบรมเพื่อให้ผู้ใช้งานเข้าใจขั้นตอนการทำงานใหม่
5. ขอบเขตโครงการและการส่งมอบ
ก่อนเริ่มโครงการ ควรตรวจสอบขอบเขตงาน
ฟังก์ชันที่รวมอยู่ในโครงการ รายการที่ต้องพัฒนาเพิ่มเติม แผนการทดสอบ
และแนวทางดูแลหลังเริ่มใช้งานจริง
การประเมินประเด็นเหล่านี้ช่วยให้องค์กรมองเห็นทั้งความสามารถของระบบ
สิ่งที่จำเป็นต้องเตรียม และต้นทุนที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ
Microsoft Dynamics 365 Business Central
Microsoft
Dynamics 365 Business Central คืออะไร?
Microsoft Dynamics 365 Business
Central คือระบบ ERP จาก Microsoft ที่ช่วยจัดการกระบวนการสำคัญของธุรกิจ เช่น การเงิน การขาย การจัดซื้อ
สินค้าคงคลัง การผลิต และโครงการ
พร้อมเครื่องมือสำหรับรายงานและการวิเคราะห์ข้อมูล
Dynamics 365
Business Central เหมาะกับธุรกิจขนาดใด?
Business Central ออกแบบมาสำหรับธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางที่ต้องการจัดการกระบวนการทางธุรกิจด้วยระบบ
ERP โดยความเหมาะสมขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของงาน
จำนวนผู้ใช้งาน และข้อกำหนดเฉพาะขององค์กร
Business Central ใช้แทนโปรแกรมบัญชีได้หรือไม่?
Business Central มีความสามารถด้านการเงินและบัญชี
รวมถึงกระบวนการธุรกิจอื่นที่เกี่ยวข้อง
จึงอาจใช้แทนหรือปรับบทบาทของระบบเดิมได้ในบางกรณี แต่ควรตรวจสอบข้อกำหนดด้านบัญชี
ภาษี รายงาน และกระบวนการเฉพาะขององค์กรก่อนตัดสินใจ
Business Central ทำงานร่วมกับ Excel และ Power BI ได้หรือไม่?
ได้ Business
Central รองรับการทำงานร่วมกับ Excel และสามารถใช้
Power BI เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลและจัดทำรายงานได้
โดยรายละเอียดขึ้นอยู่กับรูปแบบการใช้งาน การตั้งค่า และสิทธิ์ที่เกี่ยวข้อง
Business Central สามารถปรับแต่งให้เหมาะกับธุรกิจได้หรือไม่?
ได้ ระบบรองรับการตั้งค่า การติดตั้ง Extensions
และการพัฒนาความสามารถเพิ่มเติมตามความเหมาะสม
ควรประเมินก่อนว่าความต้องการแต่ละรายการรองรับด้วยฟังก์ชันมาตรฐานได้หรือจำเป็นต้องใช้ส่วนเสริมหรือการพัฒนาเฉพาะ
Microsoft Copilot
ใน Business Central ช่วยอะไรได้บ้าง?
Copilot ช่วยสนับสนุนงานบางประเภท
เช่น การวิเคราะห์ข้อมูล การสรุปข้อมูล การช่วยกรอกข้อมูล
และการสร้างข้อความสำหรับสินค้า ทั้งนี้ ความสามารถที่ใช้งานได้ขึ้นอยู่กับฟีเจอร์
รุ่นระบบ ภาษา และเงื่อนไขการเปิดใช้งาน
ก่อนเริ่มโครงการ ERP
ต้องเตรียมข้อมูลอะไรบ้าง?
ควรเตรียมข้อมูลกระบวนการทำงานปัจจุบัน
ปัญหาที่ต้องการแก้ไข รายงานที่จำเป็น ข้อมูลจากระบบเดิม
ระบบภายนอกที่ต้องใช้งานร่วมกัน และผู้รับผิดชอบจากแต่ละฝ่าย
เพื่อช่วยประเมินขอบเขตงานและวางแผนโครงการได้เหมาะสม
พิจารณา Microsoft
Dynamics 365 Business Central ให้เหมาะกับธุรกิจของคุณ
การเลือกใช้ระบบ ERP
ควรเริ่มจากการทำความเข้าใจปัญหาและกระบวนการทำงานจริงขององค์กร
เพื่อประเมินความสามารถของระบบ ขอบเขตการวางระบบ
และสิ่งที่จำเป็นต้องพัฒนาเพิ่มเติม
BIGWORK ให้คำปรึกษาด้าน
Microsoft Dynamics 365 Business Central สำหรับองค์กรที่ต้องการประเมินแนวทางการใช้ระบบ
ERP ให้เหมาะสมกับกระบวนการทำงานและเป้าหมายทางธุรกิจ
ศึกษารายละเอียดผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมได้ที่
Microsoft Dynamics 365 Business Central
หากองค์กรของคุณกำลังพิจารณาระบบ ERP
สามารถติดต่อทีมงาน BIGWORK เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับกระบวนการทำงาน
ปัญหาที่ต้องการแก้ไข และขอบเขตที่ต้องการประเมินก่อนเริ่มโครงการ
