Dead Stock ในสายตาคลังสินค้า และการเงิน ปัญหาเดียวกัน แต่ถูกมองคนละมุมในองค์กร

Views : 21
Dead Stock ในสายตาคลังสินค้า และการเงิน ปัญหาเดียวกัน แต่ถูกมองคนละมุมในองค์กร

Dead Stock ในสายตาคลังสินค้า และการเงิน ปัญหาเดียวกัน แต่ถูกมองคนละมุมในองค์กร

Dead Stock ในมุมของคลังสินค้า และการเงิน ปัญหาเดียวกัน แต่คนละมุมมอง

Dead Stock หรือสินค้าที่ไม่เคลื่อนไหว เป็นหนึ่งในปัญหาที่หลายธุรกิจมักมองว่าเป็น “เรื่องของคลังสินค้า” เท่านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว ปัญหานี้ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างไปถึงการเงิน การวางแผน และการตัดสินใจของทั้งองค์กร

สิ่งที่น่าสนใจคือ แต่ละฝ่ายในองค์กรกลับมองปัญหานี้ต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งทำให้การจัดการ Dead Stock ไม่ได้จบที่คลังสินค้าเพียงอย่างเดียว

พื้นที่จัดเก็บ และความซับซ้อนที่เพิ่มขึ้น

สำหรับฝ่ายคลังสินค้า Dead Stock คือ “สินค้าที่อยู่ในพื้นที่ แต่ไม่เคลื่อนไหว”

ปัญหาที่มักพบได้ชัดเจน ได้แก่

  • สินค้าถูกเก็บไว้นานโดยไม่มีการเบิกใช้
  • พื้นที่จัดเก็บเริ่มเต็มโดยไม่จำเป็น
  • การจัดเรียงสินค้าไม่เป็นระบบเหมือนเดิม
  • สินค้าบางรายการถูกลืมอยู่ในคลัง
  • การตรวจนับสต๊อกใช้เวลานานขึ้น

เมื่อสินค้าที่ไม่เคลื่อนไหวมีจำนวนมากขึ้น คลังสินค้าจะเริ่มเสีย “พื้นที่ที่ควรใช้กับสินค้าหมุนเวียน” ไปโดยไม่รู้ตัว และยิ่งธุรกิจมีหลายคลังหรือหลาย SKU ปัญหานี้จะยิ่งขยายตัวเร็วขึ้น

โดยเฉพาะธุรกิจที่มีหลายคลังสินค้า หรือมีสินค้าหลากหลายประเภท ปัญหาเหล่านี้อาจเริ่มสะสมโดยไม่รู้ตัว

 

มุมมองของฝ่ายการเงิน

Dead Stock อาจหมายถึง “เงินทุนที่ยังคงค้างอยู่ในสินค้า”

ในขณะที่ฝ่ายคลังมองเรื่องพื้นที่ ฝ่ายการเงินกลับมอง Dead Stock ในอีกมิติหนึ่ง คือ “เงินทุนที่ยังไม่ถูกเปลี่ยนกลับเป็นรายได้”

สินค้าที่ไม่เคลื่อนไหวหมายถึง

  • เงินทุนหมุนเวียนถูกล็อกไว้ในสต๊อก
  • ต้นทุนการถือครองสินค้าสูงขึ้น
  • กระแสเงินสดถูกจำกัด
  • การวางแผนจัดซื้ออาจคลาดเคลื่อน
  • มูลค่าสินค้าคงเหลือไม่สะท้อนการใช้งานจริง

แม้ธุรกิจจะยังมีรายได้ปกติ แต่เงินบางส่วนกลับ “จมอยู่ในสินค้า” โดยที่ไม่ได้สร้างการเคลื่อนไหวทางธุรกิจเพิ่มขึ้น

โดยไม่ได้เกิดการเคลื่อนไหวมากนัก และหากข้อมูลระหว่างคลังสินค้า การจัดซื้อ ฝ่ายขาย และการเงิน ไม่ได้เชื่อมต่อกันมากพอ ปัญหาเหล่านี้ก็อาจถูกมองแยกส่วนออกจากกันในแต่ละฝ่าย


เมื่อพื้นที่เริ่มถูกใช้กับสินค้าที่ไม่ขยับ

สำหรับฝ่ายคลังสินค้า Dead Stock คือสิ่งที่ “จับต้องได้” มากที่สุด เพราะเห็นเป็นของจริงในพื้นที่จัดเก็บ

สิ่งที่มักเกิดขึ้นคือ

  • สินค้าบางรายการถูกเก็บไว้นานแต่ไม่มีการเบิกใช้
  • พื้นที่จัดเก็บเริ่มแน่นขึ้นโดยไม่รู้สาเหตุชัดเจน
  • การจัดเรียงสินค้าเริ่มไม่มีประสิทธิภาพเหมือนเดิม
  • สินค้าบางตัวถูกลืมอยู่ในมุมคลัง
  • การตรวจนับสต๊อกใช้เวลามากขึ้นเรื่อย ๆ

สินค้าที่ไม่เคลื่อนไหวมีจำนวนเพิ่มขึ้น สิ่งที่เกิดตามมาคือ “พื้นที่คลังเริ่มไม่ตอบโจทย์การใช้งานจริง” และในธุรกิจที่มี SKU จำนวนมาก หรือมีหลายคลังสินค้า ปัญหานี้มักไม่เกิดแบบฉับพลัน แต่ค่อย ๆ สะสมจนกลายเป็นภาระของระบบจัดเก็บ

หลายครั้ง Dead Stock ไม่ได้เกิดจาก “สินค้า” เพียงอย่างเดียว

หลายองค์กรพบปัญหา Dead Stock ที่อาจไม่ได้เกิดจากสินค้า ที่ไม่มีการเคลื่อนไหวเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากหลายปัจจัยร่วมกันภายในกระบวนการทำงาน เช่น:

  • การคาดการณ์ยอดขายคลาดเคลื่อน
  • การสั่งซื้อที่ไม่สัมพันธ์กับยอดขายจริง
  • ข้อมูลสต๊อกอัปเดตไม่ต่อเนื่อง
  • การมองเห็นข้อมูลระหว่างฝ่ายไม่ตรงกัน
  • การติดตามสินค้าที่เคลื่อนไหวช้าได้ไม่เร็วพอ

แม้แต่ละฝ่ายจะมีข้อมูลของตัวเอง แต่หากข้อมูลเหล่านั้นไม่ได้เชื่อมต่อกัน การวางแผนและการตัดสินใจก็อาจเริ่มซับซ้อนขึ้นโดยไม่รู้ตัว และนี่จึงเป็นเหตุผลที่หลายธุรกิจเริ่มให้ความสำคัญกับ “ข้อมูลที่เชื่อมต่อกัน” มากกว่าการมีข้อมูลแยกกันหลายชุด

 

เมื่อสินค้าเท่ากับเงินทุนที่ยังไม่หมุนกลับในอีกมุมหนึ่ง ฝ่ายการเงินไม่ได้มอง Dead Stock เป็นแค่ “ของที่ค้างในคลัง” แต่คือ “เงินทุนที่ยังไม่กลับมาเป็นกระแสเงินสด”

เพราะทุกชิ้นของสินค้าคงคลัง ล้วนแปลงมาจากเงินลงทุนขององค์กร

เมื่อสินค้าหมุนช้า หรือไม่เคลื่อนไหว ผลกระทบที่ตามมาคือ

  • เงินทุนหมุนเวียนถูกล็อกไว้ในสินค้า
  • กระแสเงินสดตึงตัวมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว
  • ต้นทุนการถือครองสินค้าสูงขึ้น
  • การวางแผนจัดซื้อเริ่มคลาดเคลื่อน
  • การประเมินมูลค่าสินค้าคงเหลือซับซ้อนขึ้น

แม้รายได้จากการขายอาจยังคงเดินต่อ แต่ในเชิงโครงสร้างทางการเงิน เงินบางส่วนกำลัง “จมอยู่ในสต๊อก” โดยไม่มีการเคลื่อนไหว

 

ด้วยสองมุมมองไม่เชื่อมกัน จุดเริ่มต้นของปัญหาที่มองไม่เห็น

สิ่งที่ทำให้ Dead Stock กลายเป็นปัญหาเรื้อรังในหลายองค์กร ไม่ใช่แค่สินค้าหรือการจัดเก็บ แต่คือ “ข้อมูลที่ไม่เชื่อมกันระหว่างแผนก”

ตัวอย่างเช่น

  • ฝ่ายขายคาดการณ์ยอดขายจากข้อมูลคนละชุดกับคลัง
  • ฝ่ายจัดซื้อสั่งสินค้าจากข้อมูลที่ไม่เป็นปัจจุบัน
  • ฝ่ายคลังเห็นสต๊อก แต่ไม่รู้ต้นทุนทางการเงินที่แท้จริง
  • ฝ่ายการเงินเห็นตัวเลขรวม แต่ไม่รู้สถานะสินค้ารายตัว

แต่ละฝ่ายทำงานจาก “ความจริงคนละชุด” การตัดสินใจขององค์กรจึงอาจไม่สอดคล้องกันตั้งแต่ต้นทางผลลัพธ์คือ สินค้าบางส่วนถูกสั่งเข้ามาเกินความจำเป็น บางส่วนไม่ถูกผลักออกจากระบบทันเวลา
และสุดท้ายกลายเป็น Dead Stock โดยไม่ตั้งใจ

 

 

ERP จึงไม่ได้ช่วยแค่ “ดูจำนวนสินค้า”

ERP ในยุคปัจจุบัน ไม่ได้ถูกใช้งานเพียงเพื่อจัดเก็บข้อมูลสินค้าและเอกสารภายในองค์กรอีกต่อไป แต่เริ่มคาดหวังให้ ERP ช่วยเชื่อมโยงข้อมูลระหว่าง

  • Inventory Data
  • Sales Data
  • Purchase Data
  • Finance Data
  • Manufacturing Data

เพื่อให้แต่ละฝ่ายสามารถมองเห็นข้อมูลชุดเดียวกันได้มากขึ้น

เพราะในหลายกรณี ปัญหา Dead Stock ไม่ได้ต้องการเพียงการตรวจสอบจำนวนสินค้า แต่ต้องการการมองเห็นข้อมูลที่เชื่อมต่อกันตลอดทั้งกระบวนการทำงาน

 

เมื่อข้อมูลที่เชื่อมต่อกันมากขึ้น อาจช่วยให้การตัดสินใจรวดเร็วขึ้น

หากฝ่ายขายสามารถมองเห็นแนวโน้มสินค้าที่เริ่มมีการเคลื่อนไหวลดลง ฝ่ายจัดซื้อสามารถติดตามข้อมูลการเคลื่อนไหวของสินค้าได้ต่อเนื่อง ฝ่ายคลังสินค้าตรวจสอบปริมาณคงเหลือได้ชัดเจนมากขึ้น และฝ่ายการเงินสามารถมองเห็นมูลค่าสินค้าคงเหลือได้แบบต่อเนื่อง การวางแผนในแต่ละฝ่ายก็อาจเกิดขึ้นได้รวดเร็วและสอดคล้องกันมากขึ้นกว่าเดิม และสิ่งนี้จึงเป็นหนึ่งในแนวทางที่หลายธุรกิจเริ่มให้ความสำคัญกับ ERP ที่สามารถช่วยเชื่อมต่อข้อมูลระหว่างหลายฝ่ายภายในองค์กร

 

ระบบ ERP เช่น Microsoft Dynamics 365 Business Central กับแนวทางการเชื่อมข้อมูลระหว่างฝ่าย

หนึ่งในแนวทางของ Microsoft Dynamics 365 Business Central คือการช่วยให้ข้อมูลระหว่างฝ่ายขาย คลังสินค้า จัดซื้อ การเงิน และการผลิต สามารถเชื่อมต่อกันได้มากขึ้นภายในระบบเดียว

เพื่อช่วยให้แต่ละฝ่ายสามารถติดตามข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานได้ต่อเนื่องกว่าเดิม

รวมถึงช่วยลดการทำงานที่ต้องตรวจสอบข้อมูลจากหลายระบบ หรือการใช้ข้อมูลคนละชุดระหว่างแต่ละฝ่าย และตตอนนี้หลายธุรกิจเริ่มพบว่า การตัดสินใจที่รวดเร็วขึ้น อาจไม่ได้เกิดจากการมีข้อมูลมากขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการที่ทุกฝ่ายสามารถมองเห็นข้อมูลร่วมกันได้มากกว่าเดิม

 

Dead Stock อาจดูเป็นเพียง “ปัญหาของสินค้า” ในช่วงแรก

แต่ในหลายองค์กร ปัญหานี้มักเชื่อมโยงไปถึงพื้นที่จัดเก็บ การจัดซื้อ การเงิน กระแสเงินสด และการวางแผนในหลายฝ่ายโดยตรง ยิ่งธุรกิจมีข้อมูลมากขึ้น มีหลายคลังสินค้า หรือมีหลายช่องทางการขาย การทำงานบนข้อมูลที่เชื่อมต่อกันก็เริ่มกลายเป็นเรื่องสำคัญมากขึ้นกว่าเดิม และนี่คือหนึ่งในเหตุผลที่หลายองค์กรเริ่มมอง ERP ไม่ใช่เพียงระบบสำหรับจัดเก็บข้อมูล แต่เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้แต่ละฝ่ายสามารถทำงานบนข้อมูลชุดเดียวกันได้มากขึ้นในระยะยาว

 


 เพราะในหลายกรณีการแก้ Dead Stock ไม่ได้เริ่มจาก “การนับสินค้า”

แต่เริ่มจากการที่ทุกฝ่ายมองเห็นข้อมูลชุดเดียวกัน

ปรึกษาการเตรียมความพร้อมก่อนใช้งาน ERP
BIGWORK ผู้ให้บริการติดตั้งระบบ ERP Microsoft Dynamics 365  Business Central 


Line : @BIGWORK
e-mail : marketing@bigworkthailand.com

โทร.  062-6198619

e-mail : marketing@bigworkthailand.com

 


บล็อกที่เกี่ยวข้อง


หากคุณกำลังมองหาระบบ ERP เพื่อการบริหารด้านธุรกิจและการวางแผนทรัพยากรต่างๆ ขององค์กรให้มีประสิทธิภาพที่สูงสุด เรามีบริการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับปัญหาทางเทคนิคครบวงจร ทั้งงานด้าน Implement และ Support เพื่อช่วยพัฒนาและบริหารด้านธุรกิจของท่านให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด