Dead Stock ในสายตาคลังสินค้า และการเงิน ปัญหาเดียวกัน แต่ถูกมองคนละมุมในองค์กร

Views : 1374
Dead Stock ในสายตาคลังสินค้า และการเงิน ปัญหาเดียวกัน แต่ถูกมองคนละมุมในองค์กร

Dead Stock ในสายตาคลังสินค้า และการเงิน ปัญหาเดียวกัน แต่ถูกมองคนละมุมในองค์กร

Dead Stock ในมุมของคลังสินค้า และการเงิน ปัญหาเดียวกัน แต่คนละมุมมอง

Dead Stock หรือสินค้าที่ไม่เคลื่อนไหว เป็นหนึ่งในปัญหาที่หลายธุรกิจมักมองว่าเป็น “เรื่องของคลังสินค้า” เท่านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว ปัญหานี้ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างไปถึงการเงิน การวางแผน และการตัดสินใจของทั้งองค์กร

สิ่งที่น่าสนใจคือ แต่ละฝ่ายในองค์กรกลับมองปัญหานี้ต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งทำให้การจัดการ Dead Stock ไม่ได้จบที่คลังสินค้าเพียงอย่างเดียว

พื้นที่จัดเก็บ และความซับซ้อนที่เพิ่มขึ้น

สำหรับฝ่ายคลังสินค้า Dead Stock คือ “สินค้าที่อยู่ในพื้นที่ แต่ไม่เคลื่อนไหว”

ปัญหาที่มักพบได้ชัดเจน ได้แก่

  • สินค้าถูกเก็บไว้นานโดยไม่มีการเบิกใช้
  • พื้นที่จัดเก็บเริ่มเต็มโดยไม่จำเป็น
  • การจัดเรียงสินค้าไม่เป็นระบบเหมือนเดิม
  • สินค้าบางรายการถูกลืมอยู่ในคลัง
  • การตรวจนับสต๊อกใช้เวลานานขึ้น

เมื่อสินค้าที่ไม่เคลื่อนไหวมีจำนวนมากขึ้น คลังสินค้าจะเริ่มเสีย “พื้นที่ที่ควรใช้กับสินค้าหมุนเวียน” ไปโดยไม่รู้ตัว และยิ่งธุรกิจมีหลายคลังหรือหลาย SKU ปัญหานี้จะยิ่งขยายตัวเร็วขึ้น

โดยเฉพาะธุรกิจที่มีหลายคลังสินค้า หรือมีสินค้าหลากหลายประเภท ปัญหาเหล่านี้อาจเริ่มสะสมโดยไม่รู้ตัว

 

มุมมองของฝ่ายการเงิน

Dead Stock อาจหมายถึง “เงินทุนที่ยังคงค้างอยู่ในสินค้า”

ในขณะที่ฝ่ายคลังมองเรื่องพื้นที่ ฝ่ายการเงินกลับมอง Dead Stock ในอีกมิติหนึ่ง คือ “เงินทุนที่ยังไม่ถูกเปลี่ยนกลับเป็นรายได้”

สินค้าที่ไม่เคลื่อนไหวหมายถึง

  • เงินทุนหมุนเวียนถูกล็อกไว้ในสต๊อก
  • ต้นทุนการถือครองสินค้าสูงขึ้น
  • กระแสเงินสดถูกจำกัด
  • การวางแผนจัดซื้ออาจคลาดเคลื่อน
  • มูลค่าสินค้าคงเหลือไม่สะท้อนการใช้งานจริง

แม้ธุรกิจจะยังมีรายได้ปกติ แต่เงินบางส่วนกลับ “จมอยู่ในสินค้า” โดยที่ไม่ได้สร้างการเคลื่อนไหวทางธุรกิจเพิ่มขึ้น

โดยไม่ได้เกิดการเคลื่อนไหวมากนัก และหากข้อมูลระหว่างคลังสินค้า การจัดซื้อ ฝ่ายขาย และการเงิน ไม่ได้เชื่อมต่อกันมากพอ ปัญหาเหล่านี้ก็อาจถูกมองแยกส่วนออกจากกันในแต่ละฝ่าย


เมื่อพื้นที่เริ่มถูกใช้กับสินค้าที่ไม่ขยับ

สำหรับฝ่ายคลังสินค้า Dead Stock คือสิ่งที่ “จับต้องได้” มากที่สุด เพราะเห็นเป็นของจริงในพื้นที่จัดเก็บ

สิ่งที่มักเกิดขึ้นคือ

  • สินค้าบางรายการถูกเก็บไว้นานแต่ไม่มีการเบิกใช้
  • พื้นที่จัดเก็บเริ่มแน่นขึ้นโดยไม่รู้สาเหตุชัดเจน
  • การจัดเรียงสินค้าเริ่มไม่มีประสิทธิภาพเหมือนเดิม
  • สินค้าบางตัวถูกลืมอยู่ในมุมคลัง
  • การตรวจนับสต๊อกใช้เวลามากขึ้นเรื่อย ๆ

สินค้าที่ไม่เคลื่อนไหวมีจำนวนเพิ่มขึ้น สิ่งที่เกิดตามมาคือ “พื้นที่คลังเริ่มไม่ตอบโจทย์การใช้งานจริง” และในธุรกิจที่มี SKU จำนวนมาก หรือมีหลายคลังสินค้า ปัญหานี้มักไม่เกิดแบบฉับพลัน แต่ค่อย ๆ สะสมจนกลายเป็นภาระของระบบจัดเก็บ

หลายครั้ง Dead Stock ไม่ได้เกิดจาก “สินค้า” เพียงอย่างเดียว

หลายองค์กรพบปัญหา Dead Stock ที่อาจไม่ได้เกิดจากสินค้า ที่ไม่มีการเคลื่อนไหวเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากหลายปัจจัยร่วมกันภายในกระบวนการทำงาน เช่น:

  • การคาดการณ์ยอดขายคลาดเคลื่อน
  • การสั่งซื้อที่ไม่สัมพันธ์กับยอดขายจริง
  • ข้อมูลสต๊อกอัปเดตไม่ต่อเนื่อง
  • การมองเห็นข้อมูลระหว่างฝ่ายไม่ตรงกัน
  • การติดตามสินค้าที่เคลื่อนไหวช้าได้ไม่เร็วพอ

แม้แต่ละฝ่ายจะมีข้อมูลของตัวเอง แต่หากข้อมูลเหล่านั้นไม่ได้เชื่อมต่อกัน การวางแผนและการตัดสินใจก็อาจเริ่มซับซ้อนขึ้นโดยไม่รู้ตัว และนี่จึงเป็นเหตุผลที่หลายธุรกิจเริ่มให้ความสำคัญกับ “ข้อมูลที่เชื่อมต่อกัน” มากกว่าการมีข้อมูลแยกกันหลายชุด

 

เมื่อสินค้าเท่ากับเงินทุนที่ยังไม่หมุนกลับในอีกมุมหนึ่ง ฝ่ายการเงินไม่ได้มอง Dead Stock เป็นแค่ “ของที่ค้างในคลัง” แต่คือ “เงินทุนที่ยังไม่กลับมาเป็นกระแสเงินสด”

เพราะทุกชิ้นของสินค้าคงคลัง ล้วนแปลงมาจากเงินลงทุนขององค์กร

เมื่อสินค้าหมุนช้า หรือไม่เคลื่อนไหว ผลกระทบที่ตามมาคือ

  • เงินทุนหมุนเวียนถูกล็อกไว้ในสินค้า
  • กระแสเงินสดตึงตัวมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว
  • ต้นทุนการถือครองสินค้าสูงขึ้น
  • การวางแผนจัดซื้อเริ่มคลาดเคลื่อน
  • การประเมินมูลค่าสินค้าคงเหลือซับซ้อนขึ้น

แม้รายได้จากการขายอาจยังคงเดินต่อ แต่ในเชิงโครงสร้างทางการเงิน เงินบางส่วนกำลัง “จมอยู่ในสต๊อก” โดยไม่มีการเคลื่อนไหว

 

ด้วยสองมุมมองไม่เชื่อมกัน จุดเริ่มต้นของปัญหาที่มองไม่เห็น

สิ่งที่ทำให้ Dead Stock กลายเป็นปัญหาเรื้อรังในหลายองค์กร ไม่ใช่แค่สินค้าหรือการจัดเก็บ แต่คือ “ข้อมูลที่ไม่เชื่อมกันระหว่างแผนก”

ตัวอย่างเช่น

  • ฝ่ายขายคาดการณ์ยอดขายจากข้อมูลคนละชุดกับคลัง
  • ฝ่ายจัดซื้อสั่งสินค้าจากข้อมูลที่ไม่เป็นปัจจุบัน
  • ฝ่ายคลังเห็นสต๊อก แต่ไม่รู้ต้นทุนทางการเงินที่แท้จริง
  • ฝ่ายการเงินเห็นตัวเลขรวม แต่ไม่รู้สถานะสินค้ารายตัว

แต่ละฝ่ายทำงานจาก “ความจริงคนละชุด” การตัดสินใจขององค์กรจึงอาจไม่สอดคล้องกันตั้งแต่ต้นทางผลลัพธ์คือ สินค้าบางส่วนถูกสั่งเข้ามาเกินความจำเป็น บางส่วนไม่ถูกผลักออกจากระบบทันเวลา
และสุดท้ายกลายเป็น Dead Stock โดยไม่ตั้งใจ

 

 

ERP จึงไม่ได้ช่วยแค่ “ดูจำนวนสินค้า”

ERP ในยุคปัจจุบัน ไม่ได้ถูกใช้งานเพียงเพื่อจัดเก็บข้อมูลสินค้าและเอกสารภายในองค์กรอีกต่อไป แต่เริ่มคาดหวังให้ ERP ช่วยเชื่อมโยงข้อมูลระหว่าง

  • Inventory Data
  • Sales Data
  • Purchase Data
  • Finance Data
  • Manufacturing Data

เพื่อให้แต่ละฝ่ายสามารถมองเห็นข้อมูลชุดเดียวกันได้มากขึ้น

เพราะในหลายกรณี ปัญหา Dead Stock ไม่ได้ต้องการเพียงการตรวจสอบจำนวนสินค้า แต่ต้องการการมองเห็นข้อมูลที่เชื่อมต่อกันตลอดทั้งกระบวนการทำงาน

 

เมื่อข้อมูลที่เชื่อมต่อกันมากขึ้น อาจช่วยให้การตัดสินใจรวดเร็วขึ้น

หากฝ่ายขายสามารถมองเห็นแนวโน้มสินค้าที่เริ่มมีการเคลื่อนไหวลดลง ฝ่ายจัดซื้อสามารถติดตามข้อมูลการเคลื่อนไหวของสินค้าได้ต่อเนื่อง ฝ่ายคลังสินค้าตรวจสอบปริมาณคงเหลือได้ชัดเจนมากขึ้น และฝ่ายการเงินสามารถมองเห็นมูลค่าสินค้าคงเหลือได้แบบต่อเนื่อง การวางแผนในแต่ละฝ่ายก็อาจเกิดขึ้นได้รวดเร็วและสอดคล้องกันมากขึ้นกว่าเดิม และสิ่งนี้จึงเป็นหนึ่งในแนวทางที่หลายธุรกิจเริ่มให้ความสำคัญกับ ERP ที่สามารถช่วยเชื่อมต่อข้อมูลระหว่างหลายฝ่ายภายในองค์กร

 

ระบบ ERP เช่น Microsoft Dynamics 365 Business Central กับแนวทางการเชื่อมข้อมูลระหว่างฝ่าย

หนึ่งในแนวทางของ Microsoft Dynamics 365 Business Central คือการช่วยให้ข้อมูลระหว่างฝ่ายขาย คลังสินค้า จัดซื้อ การเงิน และการผลิต สามารถเชื่อมต่อกันได้มากขึ้นภายในระบบเดียว

เพื่อช่วยให้แต่ละฝ่ายสามารถติดตามข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานได้ต่อเนื่องกว่าเดิม

รวมถึงช่วยลดการทำงานที่ต้องตรวจสอบข้อมูลจากหลายระบบ หรือการใช้ข้อมูลคนละชุดระหว่างแต่ละฝ่าย และตตอนนี้หลายธุรกิจเริ่มพบว่า การตัดสินใจที่รวดเร็วขึ้น อาจไม่ได้เกิดจากการมีข้อมูลมากขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการที่ทุกฝ่ายสามารถมองเห็นข้อมูลร่วมกันได้มากกว่าเดิม

 

Dead Stock อาจดูเป็นเพียง “ปัญหาของสินค้า” ในช่วงแรก

แต่ในหลายองค์กร ปัญหานี้มักเชื่อมโยงไปถึงพื้นที่จัดเก็บ การจัดซื้อ การเงิน กระแสเงินสด และการวางแผนในหลายฝ่ายโดยตรง ยิ่งธุรกิจมีข้อมูลมากขึ้น มีหลายคลังสินค้า หรือมีหลายช่องทางการขาย การทำงานบนข้อมูลที่เชื่อมต่อกันก็เริ่มกลายเป็นเรื่องสำคัญมากขึ้นกว่าเดิม และนี่คือหนึ่งในเหตุผลที่หลายองค์กรเริ่มมอง ERP ไม่ใช่เพียงระบบสำหรับจัดเก็บข้อมูล แต่เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้แต่ละฝ่ายสามารถทำงานบนข้อมูลชุดเดียวกันได้มากขึ้นในระยะยาว

 


 เพราะในหลายกรณีการแก้ Dead Stock ไม่ได้เริ่มจาก “การนับสินค้า”

แต่เริ่มจากการที่ทุกฝ่ายมองเห็นข้อมูลชุดเดียวกัน

ปรึกษาการเตรียมความพร้อมก่อนใช้งาน ERP
BIGWORK ผู้ให้บริการติดตั้งระบบ ERP Microsoft Dynamics 365  Business Central 


Line : @BIGWORK
e-mail : marketing@bigworkthailand.com

โทร.  062-6198619

e-mail : marketing@bigworkthailand.com

 


บล็อกที่เกี่ยวข้อง


หากคุณกำลังมองหาระบบ ERP เพื่อการบริหารด้านธุรกิจและการวางแผนทรัพยากรต่างๆ ขององค์กรให้มีประสิทธิภาพที่สูงสุด เรามีบริการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับปัญหาทางเทคนิคครบวงจร ทั้งงานด้าน Implement และ Support เพื่อช่วยพัฒนาและบริหารด้านธุรกิจของท่านให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด