มากกว่า Real time Data ด้วยการได้เห็นภาพรวมธุรกิจที่ชัดขึ้น business overview

Views : 5
มากกว่า Real time Data ด้วยการได้เห็นภาพรวมธุรกิจที่ชัดขึ้น business overview

มากกว่า Real time Data ด้วยการได้เห็นภาพรวมธุรกิจที่ชัดขึ้น business overview

มากกว่า “รับรู้ข้อมูลได้ทันที” ด้วยการได้เห็นภาพรวมธุรกิจที่ชัดขึ้น

นอกเหนือจากการรับรู้ข้อมูลแบบ Real-time การเห็นภาพรวมธุรกิจช่วยให้การวางแผน การตัดสินใจ และจัดการงานต่าง ๆ เป็นไปในทิศทางเดียวกัน มุมมองนี้สอดคล้องกับสิ่งที่คุณพบอยู่หรือไม่

 

หลายปีที่ผ่านมาจนถังปัจจุบันนี้ คำว่า Real-time Data เริ่มกลายเป็นสิ่งที่หลายระบบธุรกิจให้ความสำคัญมากขึ้น เพื่อการเปิดดูยอดขายได้ทันที ตรวจสอบสินค้าคงคลังได้ตลอดเวลา หรือเห็นสถานะการเงินโดยไม่ต้องรอสิ้นเดือน เป็นสิ่งที่องค์กรจำนวนมากคุ้นเคยมากขึ้นเรื่อย ๆ

แต่ในหลายสถานการณ์ ข้อมูลเหล่านี้ยังต้องใช้เวลาทบทวน และการตัดสินใจบางเรื่อง แต่ยังไม่สามารถทำได้ทันที เพราะสิ่งที่ต้องพิจารณานั้น ไม่ได้มีเพียงตัวเลขของแต่ละรายการ แต่อยู่ที่การเชื่อมโยงระหว่างข้อมูล ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในส่วนหนึ่ง จะส่งผลต่อการทำงานของอีกส่วนอย่างไร

 

เมื่อข้อมูลทุกอย่างในธุรกิจถูกเชื่อมโยงเข้าถึงกัน จะได้รับข้อมูล Real-time ที่พนักงานบันทึกเข้ามา นั้นไม่ได้เป็นเพียงแค่ตัวเลขในระบบ แต่จะกลายเป็น "ภาพรวม" ที่ช่วยให้การวางแผนทิศทางธุรกิจทำได้อย่างชัดเจน และรอบคอบมากขึ้น


Real-time Data ให้คำตอบของ “วันนี้”

การเข้าถึงข้อมูลแบบเรียลไทม์ ช่วยให้องค์กรมองเห็นสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็น

       ยอดขายที่เกิดขึ้นในวันนี้

       ปริมาณสินค้าคงคลังที่มีอยู่ในระบบ

       สถานะวัตถุดิบที่พร้อมใช้งานสำหรับการผลิต

       ความคืบหน้าของกระบวนการผลิตในช่วงเวลาปัจจุบัน

 

ข้อมูลเหล่านี้มีบทบาทสำคัญต่อการทำงานในแต่ละวัน ช่วยให้ทีมงานติดตามสถานะของธุรกิจได้อย่างใกล้ชิด แต่สำหรับการตัดสินใจในระดับธุรกิจ โดยเฉพาะในช่วงที่องค์กรมีปริมาณงานและข้อมูลเพิ่มขึ้นในทุกวัน การเห็นเพียงสถานะปัจจุบัน อาจยังไม่สะท้อนภาพการตัดสินใจได้ครบถ้วน เพราะสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในแต่ละวันมักมีความเชื่อมโยงไปยังการดำเนินงาน การเงิน และการใช้ทรัพยากรในช่วงถัดไปของธุรกิจ

ภาพที่ชัดขึ้น คืออะไรสำหรับองค์กรที่ใช้ ERP

สำหรับองค์กรที่ใช้งานระบบ ERP อย่าง Microsoft Dynamics 365 Business Central คำว่า “ภาพที่ชัดขึ้น” ไม่ได้หมายถึงกราฟสวยขึ้น หรือรายงานที่ละเอียดขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่หมายถึง ความคลุมเครือในการทำงานที่ลดลง

 

1. เห็นความเชื่อมโยง ไม่ใช่แค่ตัวเลขแยกส่วน

คำสั่งขายหนึ่งรายการ ไม่ได้เป็นแค่ยอดขาย แต่เชื่อมโยงไปถึง

       แผนการผลิต

       ระดับสินค้าคงคลัง

       ต้นทุนที่แท้จริง

ระบบบริหารจัดการธุรกิจทำให้ข้อมูลเหล่านี้ไม่แยกขาดจากกัน แต่สะท้อนเป็นภาพเดียวกันของธุรกิจ

 

2. ลดการตีความข้อมูลคนละแบบ

ปัญหาที่พบได้บ่อยในองค์กรที่กำลังโต คือ

       ฝ่ายบัญชีเห็นตัวเลขแบบหนึ่ง

       ฝ่ายขายเห็นอีกแบบหนึ่ง

       ฝ่ายปฏิบัติการมองอีกมุมหนึ่ง

แม้จะใช้ข้อมูลชุดเดียวกัน แต่การแยกระบบทำให้แต่ละฝ่ายต้องตีความเอง ระบบที่ดีจะช่วยให้ทุกฝ่ายมองข้อมูลจากแหล่งเดียวกัน ส่งผลให้การสื่อสารและการตัดสินใจสอดคล้องกันมากขึ้น

 

3. มองเห็น คาดการณ์ผลกระทบก่อนลงมือ

การตัดสินใจทางธุรกิจ มักส่งผลต่อหลายส่วนพร้อมกัน

       รับออเดอร์เพิ่ม อาจกระทบต้นทุนและกระแสเงินสด

       ลดสต็อก อาจกระทบความสามารถในการส่งมอบ

       ชะลอการจัดซื้อ อาจกระทบแผนการผลิต

เมื่อข้อมูลถูกเชื่อมโยงเข้าด้วยกัน ระบบบริหารจัดการธุรกิจจะช่วยให้ผู้บริหาร และทีมงานเห็นผลกระทบได้ล่วงหน้า ก่อนตัดสินใจในแต่ละขั้นตอน

 

จากการ “รู้ข้อมูล” สู่การ “เข้าใจสถานการณ์”

ความต่างที่แท้จริงของ ERP ไม่ได้อยู่ที่การมีข้อมูลมากกว่า แต่อยู่ที่การทำให้ข้อมูลแต่ละจุดเชื่อมโยง กับสถานการณ์ และการตัดสินใจที่ต้องเกิดขึ้นจริงในธุรกิจ

 

1. การมองเห็นสถานะปัจจุบัน เพื่อคาดการณ์เหตุการณ์

       สถานะสต็อก และวัตถุดิบ ไม่ใช่แค่รู้ว่าของเหลือเท่าไหร่ แต่ระบบต้องแสดงให้เห็นว่าวัตถุดิบที่เหลืออยู่ "เพียงพอต่อใบสั่งผลิตที่รออยู่หรือไม่" รวมถึงสถานะการสั่งซื้อที่กำลังเดินทางมา เพื่อให้ผู้บริหารตัดสินใจได้ว่าจะรับออเดอร์เพิ่ม หรือต้องเร่งการจัดซื้อ

 

       ความพร้อมทางการผลิต การเชื่อมโยงข้อมูลจากฝ่ายขายมายังฝ่ายผลิต ทำให้เห็นภาพรวมว่าเครื่องจักรและกำลังคนพร้อมทำงานตามแผนที่วางไว้ไหม หรือมีคอขวดตรงไหนที่ต้องจัดการก่อนเกิดปัญหา

 

2. การเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างฝ่าย เพื่อการตัดสินใจที่ต่อเนื่อง

·      การขาย และการจัดซื้อ เมื่อฝ่ายขายบันทึกข้อมูล ฝ่ายจัดซื้อจะเห็นแนวโน้มความต้องการสินค้าทันที ทำให้วางแผนการสั่งซื้อได้ล่วงหน้า ไม่เกิดปัญหาของขาด หรือสต็อกคงค้างมากเกินจำเป็น

       การเงินและบัญชี ข้อมูลจากการขายและการซื้อจะวิ่งเข้าสู่ระบบบัญชีโดยตรง ทำให้สามารถติดตามภาพรวมของกระแสเงินสด  และผลดำเนินงานเบื้องต้นได้ต่อเนื่อง โดยไม่จำเป็นต้องรอการสรุปงบในช่วงสิ้นเดือน

 

3. การกำหนดทิศทางจากภาพรวม

      ข้อมูลที่ถูกรวบรวมจากการทำงานในแต่ละส่วน จะถูกนำมาเชื่อมโยงพร้อมประมวลผลเป็นภาพใหญ่ที่ช่วยให้ผู้บริหารมองเห็น สถานะ และการทำงานของแต่ละภาคส่วนได้ชัดขึ้น

 

      รองรับการใช้ข้อมูลประกอบการวางแผนในระยะถัดไป ทั้งด้านการวางแผนจัดทำงบประมาณ การบริหารทรัพยากรบุคคล หรือการพิจารณาปรับแผนการผลิตให้สอดคล้องกับทิศทางของธุรกิจ

 


เมื่อข้อมูลถูกมองในบริบทเดียวกัน

  • ตัวเลขไม่ได้ถูกอ่านแยกออกจากกระบวนการทำงาน
  • รายงานไม่ใช่เพียงเอกสารสรุปผลย้อนหลัง
  • การตัดสินใจมีข้อมูลรองรับ มากกว่าการอาศัยประสบการณ์ หรือสัญชาตญาณเพียงอย่างเดียว

องค์กรจึงเริ่มมองเห็นทิศทางและทางเลือกของธุรกิจได้ชัดขึ้น แม้บางเรื่องยังต้องตัดสินใจภายใต้ความไม่แน่นอน

 

ภาพที่ชัดขึ้น อาจไม่ได้ทำให้การดำเนินงานเปลี่ยนไปในทันที

แต่ช่วยลดความไม่แน่ใจในแต่ละก้าวที่ต้องตัดสินใจ โดยเฉพาะในช่วงที่องค์กรกำลังขยับขยาย เรื่องเล็ก ๆ ในวันนี้ มักมีผลต่อเวลา ต้นทุน และการจัดการในระยะถัดไป การเห็นภาพรวมได้ชัดขึ้น จึงเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้การเติบโตเป็นไปอย่างราบรื่น

 

มากกว่า “รับรู้ข้อมูลได้ทันที” คือการได้เห็นภาพที่ชัดขึ้น ภาพรวมที่ทุกฝ่ายในองค์กรเข้าใจตรงกัน ภาพรวมที่ช่วยให้การตัดสินใจมีเหตุผลรองรับ และภาพรวมที่ช่วยให้การเติบโตของธุรกิจ วางแผนได้อย่างมั่นใจมากขึ้น

 

 

สุดท้ายแล้ว หัวใจสำคัญของการมีระบบ ERP ในองค์กร อาจไม่ใช่เพียงแค่การเปลี่ยนจากกระดาษมาสู่หน้าจอ หรือการมีข้อมูลแบบ Real-time ให้เราดูได้ทันทีเท่านั้น แต่คือการ "เชื่อมต่อจิ๊กซอว์" ทุกส่วนของธุรกิจเข้าด้วยกัน

 

       เพื่อให้เห็นว่าสินค้า และวัตถุดินที่มีอยู่ในคลัง เพียงพอต่อแผนการผลิตที่กำลังจะเกิดขึ้น

       เพื่อให้ฝ่ายจัดซื้อเตรียมตัวได้ทัน ก่อนที่วัตถุดิบจะขาด หรือกระทบต้นทุน

       เพื่อให้ฝ่ายบริหารมองเห็นภาพรวมทางการเงิน รวมถึงทิศทางของกำไรได้ชัดเจนขึ้น โดยไม่ต้องรอการสรุปงบเมื่อถึงสิ้นเดือน

 

การบันทึกข้อมูลจากการทำงานประจำวันลงในระบบ จึงไม่ได้มีไว้เพียงเพื่อจัดทำรายงาน หรือส่งต่อข้อมูลระหว่างกัน แต่เป็นการรวบรวมข้อมูลการดำเนินงานที่เกิดขึ้นจริงในแต่ละส่วนของธุรกิจ

ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้เจ้าของกิจการ และผู้บริหาร สามารถติดตามแนวโน้มของการดำเนินงาน เพื่อสามารถนำไปใช้ประกอบการวางแผน การพิจารณาทางเลือก และการกำหนดทิศทางในช่วงถัดไปได้อย่างรอบคอบมากขึ้น

เพราะเมื่อองค์กรเริ่มมองเห็นภาพรวมได้ชัดเจนขึ้น การตัดสินใจก้าวต่อไปก็ไม่ใช่การคาดเดา แต่เป็นการเดินหน้าบนข้อมูล และความเข้าใจที่มั่นคงมากกว่าเดิม

บล็อกที่เกี่ยวข้อง


หากคุณกำลังมองหาระบบ ERP เพื่อการบริหารด้านธุรกิจและการวางแผนทรัพยากรต่างๆ ขององค์กรให้มีประสิทธิภาพที่สูงสุด เรามีบริการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับปัญหาทางเทคนิคครบวงจร ทั้งงานด้าน Implement และ Support เพื่อช่วยพัฒนาและบริหารด้านธุรกิจของท่านให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด