5 Inventory Insights Before Purchasing More Stock

Views : 35
5 Inventory Insights Before Purchasing More Stock

5 Inventory Insights Before Purchasing More Stock

การตัดสินใจซื้อสินค้าเพิ่ม อาจต้องดูมากกว่ายอดคงเหลือในคลัง

เมื่อยอดขายเริ่มเติบโตขึ้น คำถามที่หลายธุรกิจต้องเผชิญคือ

"ถึงเวลาซื้อสินค้าเพิ่มแล้วหรือยัง?"

แม้จะเป็นคำถามที่พบได้อยู่เสมอ แต่การตัดสินใจจัดซื้อที่คลาดเคลื่อนเพียงเล็กน้อย อาจส่งผลต่อทั้งกระแสเงินสด พื้นที่จัดเก็บสินค้า และความสามารถในการตอบสนองความต้องการของลูกค้า

หลายองค์กรเคยพบกับสถานการณ์เหล่านี้

  • สินค้าบางรายการขายดีจนของหมด
  • สินค้าบางรายการมีอยู่เต็มคลังแต่แทบไม่มีการเคลื่อนไหว
  • ฝ่ายขายและฝ่ายจัดซื้ออ้างอิงข้อมูลคนละชุดในการวางแผน
  • ผู้บริหารต้องรวบรวมข้อมูลจากหลายไฟล์ก่อนตัดสินใจอนุมัติการสั่งซื้อ

เมื่อธุรกิจเติบโตขึ้น มีสินค้าเพิ่มขึ้น มีหลายคลังสินค้า หรือมีหลายช่องทางการขาย การดูเพียงยอดคงเหลือในคลังอาจไม่เพียงพอสำหรับการตัดสินใจอีกต่อไป

สิ่งที่สำคัญกว่าคือการมองเห็นข้อมูลสินค้าคงคลังในหลายมิติ เพื่อช่วยให้การวางแผนจัดซื้อมีความเหมาะสมมากขึ้น และลดโอกาสที่เงินทุนจะถูกผูกไว้กับสินค้าที่ไม่จำเป็น

 

ก่อนตัดสินใจซื้อสินค้าเพิ่ม ควรพิจารณาข้อมูลอะไรบ้าง

ก่อนอนุมัติการสั่งซื้อสินค้าเพิ่ม มีข้อมูลสำคัญหลายด้านที่ควรนำมาพิจารณาร่วมกัน เพราะข้อมูลแต่ละมุมสะท้อนทั้งโอกาสทางธุรกิจ ความเสี่ยงด้านต้นทุน และผลกระทบต่อสภาพคล่องขององค์กร

1. สินค้ากลุ่มใดกำลังขายได้ดีอย่างต่อเนื่อง

ยอดขายรวมของบริษัทอาจเพิ่มขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่าสินค้าทุกกลุ่มกำลังเติบโตในทิศทางเดียวกัน

สินค้าบางรายการมีความต้องการสูงอย่างต่อเนื่อง ขณะที่บางรายการเริ่มมียอดขายลดลงโดยที่องค์กรอาจยังไม่ทันสังเกต

ก่อนตัดสินใจเติมสินค้าเข้าคลัง การมองเห็นแนวโน้มการขายของสินค้าแต่ละรายการจึงเป็นเรื่องสำคัญ เพราะช่วยตอบคำถามได้ว่า

  • สินค้าตัวใดควรเพิ่มปริมาณจัดซื้อ
  • สินค้าตัวใดควรรักษาระดับสต๊อกเท่าเดิม
  • งบประมาณการจัดซื้อควรถูกจัดสรรไปที่กลุ่มสินค้าใดมากที่สุด

การวางแผนจากข้อมูลความต้องการจริง มักช่วยลดความเสี่ยงจากการสั่งซื้อเกินความจำเป็น และช่วยให้การใช้เงินลงทุนในสินค้าคงคลังเกิดประโยชน์มากขึ้น

 

2. มีสินค้าใดอยู่ในคลังนานกว่าที่ควรหรือไม่

การมีสินค้าคงคลังจำนวนมากไม่ได้หมายความว่าธุรกิจพร้อมขายเสมอไป

สินค้าบางส่วนอาจถูกจัดเก็บอยู่ในคลังเป็นเวลาหลายเดือน หรือบางครั้งอาจนานเป็นปี โดยที่ไม่มีใครสังเกตเห็นว่ากำลังส่งผลกระทบต่อเงินทุนขององค์กร

สิ่งที่ควรพิจารณาไม่ได้มีเพียงจำนวนสินค้า แต่รวมถึง

  • อายุของสินค้าในคลัง
  • ระยะเวลาที่สินค้าอยู่ในสต๊อก
  • ต้นทุนในการจัดเก็บ
  • ความเสี่ยงที่สินค้าจะล้าสมัยหรือเสื่อมมูลค่า

การมองเห็นข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้ธุรกิจสามารถวางแผนระบายสินค้า ปรับกลยุทธ์การจัดซื้อ และลดต้นทุนแฝงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

 

3. สินค้าใดเริ่มเคลื่อนไหวช้าลง

สินค้าที่หยุดขายไปแล้วมักเป็นสิ่งที่ทุกคนสังเกตเห็นได้ไม่ยาก

แต่สินค้าที่ "ยังขายได้อยู่" และกำลังค่อย ๆ ชะลอตัวลงต่างหากที่มักถูกมองข้าม

หลายธุรกิจเริ่มเผชิญปัญหาสินค้าคงค้างหรือ Dead Stock เพราะไม่ได้สังเกตสัญญาณเตือนตั้งแต่ระยะแรก เช่น

  • ยอดขายลดลงต่อเนื่อง
  • รอบการสั่งซื้อจากลูกค้าน้อยลง
  • ปริมาณสินค้าคงเหลือสะสมเพิ่มขึ้น

เมื่อมองเห็นแนวโน้มเหล่านี้ได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ องค์กรจะสามารถปรับแผนจัดซื้อได้ทันเวลา ลดความเสี่ยงจากสินค้าคงคลังส่วนเกิน และช่วยรักษาสภาพคล่องของธุรกิจในระยะยาว

 

4. หากมีคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้น ธุรกิจพร้อมรองรับหรือไม่

ในอีกด้านหนึ่ง การมีสินค้าน้อยเกินไปก็อาจสร้างต้นทุนที่มองไม่เห็นได้เช่นกัน

หากสินค้าไม่เพียงพอต่อความต้องการ องค์กรอาจเผชิญกับปัญหา เช่น

  • สูญเสียโอกาสทางการขาย
  • ส่งมอบสินค้าไม่ทันตามกำหนด
  • ลูกค้าเกิดความไม่พึงพอใจ
  • ความน่าเชื่อถือของธุรกิจลดลง

ด้วยเหตุนี้ หลายองค์กรจึงติดตามระดับสินค้าสำรองและจุดสั่งซื้อซ้ำ เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการวางแผนจัดซื้อ โดยเฉพาะสินค้าที่มีระยะเวลาจัดหานาน หรือมีความผันผวนของความต้องการสูง

การมีข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้ธุรกิจสามารถรักษาสมดุลระหว่างการมีสินค้าพร้อมขายและการควบคุมต้นทุนสินค้าคงคลังได้ดียิ่งขึ้น

 

5. เงินทุนของธุรกิจกำลังอยู่ในคลังสินค้ามากแค่ไหน

ผู้บริหารส่วนใหญ่มักทราบจำนวนสินค้าที่เหลืออยู่ในคลัง

แต่คำถามที่สำคัญไม่แพ้กันคือ

"สินค้าคงคลังเหล่านั้นมีมูลค่าเท่าไร?"

เพราะสินค้าคงคลังคือทรัพย์สินที่สะท้อนเงินทุนขององค์กรโดยตรง

การมองเห็นมูลค่าของสินค้าคงคลังช่วยให้สามารถ

  • วางแผนกระแสเงินสดได้ดีขึ้น
  • ประเมินสภาพคล่องของธุรกิจ
  • ระบุสินค้ามูลค่าสูงที่กำลังเคลื่อนไหวช้า
  • ตัดสินใจจัดซื้อได้อย่างรอบคอบมากขึ้น

ยิ่งธุรกิจมีสินค้าและคลังสินค้ามากขึ้นเท่าใด การมองเห็นภาพรวมด้านมูลค่าของสต๊อกก็ยิ่งมีความสำคัญมากขึ้นเท่านั้น

ความท้าทายไม่ได้อยู่ที่ข้อมูลไม่พอ แต่อยู่ที่ข้อมูลอยู่คนละที่

ข้อมูลทั้ง 5 มุมมองที่กล่าวมาข้างต้น ไม่ใช่ข้อมูลใหม่สำหรับหลายองค์กร

ในความเป็นจริง ธุรกิจส่วนใหญ่มักมีข้อมูลเหล่านี้อยู่แล้ว ไม่ว่าจะอยู่ในรายงานยอดขาย ไฟล์สินค้าคงคลัง เอกสารจัดซื้อ หรือโปรแกรมที่แต่ละแผนกใช้งานอยู่

ความท้าทายคือข้อมูลเหล่านั้นมักถูกจัดเก็บแยกกัน

  • ฝ่ายขายมีข้อมูลยอดขาย
  • คลังสินค้ามีข้อมูลปริมาณคงเหลือ
  • ฝ่ายจัดซื้อมีข้อมูลการสั่งซื้อ
  • ฝ่ายบัญชีมีข้อมูลมูลค่าสินค้าคงคลัง

 

เมื่อข้อมูลอยู่คนละไฟล์ คนละระบบ หรือคนละแผนก

การตอบคำถามง่าย ๆ อย่าง "ควรซื้อสินค้าเพิ่มหรือไม่?"

อาจต้องใช้เวลารวบรวม ตรวจสอบ และเปรียบเทียบข้อมูลจากหลายแหล่งก่อนจึงจะสามารถตัดสินใจได้

 

เมื่อข้อมูลสินค้าคงคลังถูกรวมอยู่ในระบบเดียว

ยิ่งธุรกิจเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ความซับซ้อนของข้อมูลก็มักเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นรายการสินค้า เพิ่มจำนวนคลังจัดเก็บสินค้า หรือมีหลายช่องทางการขาย การรวบรวมข้อมูลด้วยวิธีเดิมอาจต้องใช้เวลา และทรัพยากรมากกว่าทที่เคย

ระบบ ERP เช่น Microsoft Dynamics 365 Business Central ช่วยเชื่อมโยงข้อมูลจากฝ่ายขาย ฝ่ายจัดซื้อ คลังสินค้า และบัญชีไว้ในระบบเดียว

ทำให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อ การขาย และสินค้าคงคลังสามารถถูกนำมาแสดงในมุมมองเดียวกัน ลดการรวบรวมข้อมูลจากหลายแหล่ง และช่วยให้ผู้บริหารเข้าถึงข้อมูลที่ใช้ประกอบการตัดสินใจได้สะดวกมากขึ้น

 

นอกจากนี้ ยังสามารถติดตามความเคลื่อนไหวของสินค้า มูลค่าสินค้าคงคลัง และข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการวางแผนสต๊อกได้จากแหล่งข้อมูลเดียวกัน ช่วยลดความซ้ำซ้อนในการทำงานและเพิ่มความต่อเนื่องในการบริหารข้อมูล

 

การตัดสินใจซื้อสินค้าเพิ่มไม่ควรอาศัยเพียงยอดคงเหลือในคลังสินค้าเท่านั้น

เพราะการมองเห็นข้อมูลในหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นแนวโน้มการขาย อายุสินค้า สินค้าที่เริ่มเคลื่อนไหวช้าลง ความพร้อมในการรองรับความต้องการ หรือมูลค่าของสินค้าคงคลัง ล้วนเป็นปัจจัยที่ช่วยให้การตัดสินใจมีความรอบคอบมากขึ้น

เมื่อข้อมูลเหล่านี้สามารถเชื่อมโยงและนำมาใช้งานร่วมกันได้ ธุรกิจจะมีโอกาสลดต้นทุนสินค้าคงคลัง ใช้เงินลงทุนได้อย่างเหมาะสม และวางแผนการจัดซื้อได้สอดคล้องกับความต้องการทางธุรกิจมากยิ่งขึ้น

 

ต้องการบริหารสินค้าคงคลังจากข้อมูลที่เชื่อมโยงกันมากขึ้นอยู่ใช่ไหม ?

หากองค์กรของคุณกำลังเผชิญกับความท้าทายในการรวบรวมข้อมูลจากหลายไฟล์ หลายแผนก หรือหลายระบบ การนำข้อมูลมาเชื่อมโยงกันอาจเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่ช่วยให้การวางแผนจัดซื้อ และบริหารสินค้าคงคลังมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ทีมงานของเราพร้อมให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการนำระบบ Microsoft Dynamics 365 Business Central มาใช้ในการบริหารข้อมูลสินค้าคงคลัง การจัดซื้อ และการวางแผนธุรกิจให้เหมาะสมกับรูปแบบการดำเนินงานขององค์กร

 

ปรึกษาการเตรียมความพร้อมก่อนใช้งาน ERP
BIGWORK ผู้ให้บริการติดตั้งระบบ ERP Microsoft Dynamics 365  Business Central 


Line : @BIGWORK
e-mail : marketing@bigworkthailand.com

โทร.  062-6198619



บล็อกที่เกี่ยวข้อง


หากคุณกำลังมองหาระบบ ERP เพื่อการบริหารด้านธุรกิจและการวางแผนทรัพยากรต่างๆ ขององค์กรให้มีประสิทธิภาพที่สูงสุด เรามีบริการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับปัญหาทางเทคนิคครบวงจร ทั้งงานด้าน Implement และ Support เพื่อช่วยพัฒนาและบริหารด้านธุรกิจของท่านให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด